หลักการ
บูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานร่วมกัน ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) , กระทรวงมหาดไทย (มท.) , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) , กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) , หน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรม สถาบันการศึกษาและภาคีเครือข่าย
แนวทางการทำงานร่วมกัน เพื่อป้องกันและแก้ไขความรุนแรงในครอบครัว
ระยะที่ 1. ป้องกันไม่ให้เ้กิดความรุนแรง
ส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัว และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาความรุนแรง
ในครอบครัว
ประกอบด้วย
1.การให้การศึกษาและปลูกฝังทัศนคติที่ดี
2.การพัฒนาทักษะชีวิต
3.การลดปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่ความรุนแรงในครอบครัว
4.นโยบาย และกฎระเบียบสนับสนุนที่ชัดเจน
5.สร้างเครือข่ายอาสาสมัคร เพื่อช่วยเหลือเป็นสือกลางในการประสานงานและเฝ้าระวังปัญหาความรุนแรง
ระยะที่ 2. จัดการกับความรุนแรงเมื่อเกิดเหตุและภายหลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง
1. การรับแจ้งเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น
การประเมินความเสี่ยง ด้านความปลอดภัยเบื้องต้น ความเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายซ้ำ ประเมินปัญหาและความต้องการให้การช่วยเหลือ โดยต้องมีการสร้างระบบแจ้งเหตุ และให้ความช่วยเหลือที่รวดเร็ว การคุ้มครองผุ้ถูกกระทำได้อย่างทันท่วงที และการจัดการกับผู้กระทำอย่างเหมาะสม โดยมีหน่วยงานในการรับผิดชอบ และช่องทางในการรับแจ้งเหตุที่หลากหลาย พม. ,สธ. , อปท. ,มท. ,ประชาสังคม
2. จัดทีมสหวิชาชีพเพื่อคัดกรองและประเมินความรุนแรง
เพื่อกำหนดแนวทางการช่วยเหลืออย่าางเหมาะสม โดยมีการประชุมวางแผน และดำเนินการร่วมกันของทีมสหวิขาชีพ ควรเชิญผู้แทนจากหลายภาคส่วนมาหารือ เพื่อวางแผนช่วยเหลือ อาจมีแผน รักษา ฟื้นฟู หรือดำเนินคดี และร่วมตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร ทีมสหวิชาชีพอาจประกอบด้วย บุคลกรทางการแพทย์ บุคลากรในกระบวนการยุติธรรม บุคลากรที่ให้สวัสดิการและบุคลากรในวิชาชีพอื่น ๆ พม. ,สธ. , อปท. ,มท. ,ประชาสังคม
3. การให้ความรุ้มครองและดูแลระยเร่งด่วน
1. จัดหาที่พักชั่วคราว บ้านพักฉุเฉิน (พม.)
2. การให้บริการด้านการแพทย์การรักษาพยาบาล และการดูแลด้านจิตใจผ่านศูนย์พึ่งได้ (OSCC) (สธ.)
3. จัดเจ้าหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพให้การดูแลในกระบวนการต่าง ๆ (พม.)
4. การฟื้นฟูและติดตามต่อเนื่อง
1. สนับสนุนด้านอาชีพ ที่อยู่อาศัย และการศึกษา ของผุ้ได้รับผลกระทบ
2. เยียวยาด้านจิตใจ ผ่านนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และกลไกในชุมชน
3. การฟื้นฟูครอบครัว (พม.)
5. การส่งต่อและประสานความช่วยเหลือ
1. ประสานงานระหว่างศูนย์ช่วยเหลือของ (พม.) ตำรวจ ศูนย์ OSCC ในโรงพยาบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น
2. ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น เครือข่ายผู้ให้บริการภาคประชาสังคม และชุมชนท้องถิ่น
6. การติดตามและป้องกันการเกิดซ้ำ
โดยติดตามการบำบัดผุ้กระทำ และรายงานผลการดำเนินงานในที่ประชุมทีมเป็นระยะ
(พม. ,มท. , สธ.)